การเลือกคอนโดฯ ตามหลักฮวงจุ้ย

การเลือกคอนโดฯ ตามหลักฮวงจุ้ย


คอนโด

ขอบคุณข้อมูลจาก Creditonhand.com

สำหรับผู้คนในเมืองยุคสมัยใหม่ “บ้าน” ได้กลายเป็นที่พักตัวเลือกรองจาก “คอนโดฯ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็เพราะว่า ส่วนใหญ่ที่ตั้งของคอนโดฯ มักมีทำเลอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อตอบสนองชีวิตอันเร่งรีบของมนุษย์เงินเดือนตามเมืองใหญ่ อีกทั้งปัจจุบันมีครอบครัวแบบเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น คอนโดมิเนียม จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในเมืองได้มากกว่าบ้านเดี่ยว

ความหมายของ “ฮวงจุ้ย” คือเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของเรื่อง ลม (ฮวง) และเรื่องน้ำ (จุ้ย) เพราะฉะนั้นในการเลือก คอนโดฯ จึงต้องหาจุดที่สามารถรับลมได้ดี เพียงแต่ต้องไม่แรงถึงขนาดได้ยินเสียงหวีดๆ ตลอดเวลา และถ้าเป็นไปได้ควรอยู่ใกล้ๆ น้ำ เพราะเวลาที่ลมพัดนั้น จะผ่านน้ำและนำเอาออกซิเจนจำนวนมากเข้ามาภายในคอนโดฯ ด้วย แต่ก็ไม่ควรเลือกห้องที่อยู่ชิดน้ำมากเกินไป เนื่องจากว่าดินบริเวณนั้นจะค่อนข้างอ่อน ทำให้คอนโดฯ สามารถทรุดได้ง่าย รวมทั้งถ้าได้ไอความชื้นของน้ำที่มากเกินไป ก็อาจจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย “อาจารย์มาศ” อธิบายหลักการเบื้องต้นของศาสตร์ฮวงจุ้ยในการเลือกคอนโดมิเนียม

นอกจากนี้ “อาจารย์มาศ” ยังกล่าวเสริมอีกว่า สภาพแวดล้อมของคอนโดฯ ต้องมีความร่มรื่น มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน ไม่ควรมีจำนวนอาคารที่มากเกินไป และควรมีระยะห่างระหว่างอาคารพอสมควร ไม่อึดอัด มีสระ น้ำที่น้ำกระเพื่อมเคลื่อนไหวเบาๆ ในตลอดเวลา เพื่อเป็นการกระจายพลังงานที่ดี (พลังชี่) นำไปสู่แต่ละห้องเมื่อเรารู้แล้วว่า ควรที่จะเลือกใช้ชีวิตแนวดิ่งกัน ในพื้นที่ส่วนใดของเมืองแล้ว ในลำดับต่อไป ก็ต้องมาดูที่รูปทรงของตัวอาคารคอนโดฯ ต่อครับ

สำหรับเรื่องรูปทรงคอนโดฯ จะต้องมองดูมั่นคง แข็งแรง มีสไตล์ ทันสมัย ไม่เว้าแหว่ง และเอียง ดูบิดเบี้ยวดูผอม หรือ แปลกประหลาดจนเกินไป เพราะว่ารูปทรงของอาคาร จะส่งผลอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึก และระบบความคิดของผู้ที่อยู่อาศัย ถ้าเกิดเราอาศัยอยู่ในคอนโดฯ ที่มีรูปร่างเว้าแหว่ง และอยู่ไปนานๆ เข้า จะมีผลทำให้พลังงานเคลื่อนตัวเข้าไปในอาคารได้แบบไม่เต็มที่ และผู้อยู่อาศัยก็จะได้รับพลังงานที่ไม่สมบูรณ์ไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับห้องที่อยู่ใกล้กับส่วนที่เว้าแหว่ง จะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลนี้มากเป็นพิเศษ ในกรณีนี้ วิชาฮวงจุ้ยขั้นสูง จะสามารถทำนายได้เลยครับว่า คอนโดมิเนียมที่ ออกแบบเว้าแหว่งทางทิศใดที่จะส่งผลต่อบุคคลในช่วงอายุเท่าไร และที่อวัยวะส่วนใดในร่างกายของคนที่พักอาศัยอยู่ ซึ่งจะเกิดเจ็บป่วยได้ง่าย

ส่วนเรื่องประตูทางเข้าของตัวอาคารนั้น “อาจารย์มาศ” แนะนำว่า ควรมีความกว้าง และสูงพอสมควร และควรมีห้องโถงภายในที่มีขนาดใหญ่ที่ตกแต่งไว้สวยงาม ดูเป็นสง่าและทาสีที่สว่างตา ทั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงภาพลักษณ์ของผู้ที่อยู่อาศัย โดยประตูจะเปรียบได้เหมือนกับปาก ซึ่งเป็นช่องทางที่จะรับพลังงานจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ส่วนของห้องโถงเป็นดั่งแหล่งที่พัก ก่อนที่จะถ่ายเทพลังงานไปสู่ลิฟต์ หรือ บันได ส่วนคอนโดฯ ในบางโครงการนั้น ไม่มีมีห้องโถงภายใน คือเมื่อพอเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับลิฟต์ทันที ซึ่งจะทำให้สภาพการเงินของผู้ที่พักอาศัยไม่มั่นคง และไม่สามารถเก็บความมั่งคั่งเอาไว้ได้

ส่วนเรื่องของ ลิฟท์ นับว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไปเช่นกัน ดังนั้นในการเลือกคอนโดฯ ควรมองหาโครงการที่มีจำนวนของลิฟท์เหมาะสมกับจำนวนห้อง เพราะจะไม่ต้องรอนาน เนื่องจากลิฟท์เปรียบได้กับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย ดังนั้นเมื่อมีเส้นเลือดน้อยก็จะทำให้ปริมาณเลือด หรือ พลังงานไหลไปหล่อเลี้ยงในส่วนสำคัญของร่างกายไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้สภาพการเงินของผู้พักอาศัยฝืดเคือง

ซินแสไฮเทค ยังได้บอกต่ออีกว่า ควรจะเลือกห้องที่อยู่ใกล้ลิฟท์, ห้องที่อยู่ตรงช่องหน้าต่างของทางเดิน, ห้องหัวมุม, ห้องที่อยู่ช่วงทางแยก, ห้องที่มีด้านหน้าเป็นโถง หรือ ห้องที่พอเปิดประตูออกมาแล้วไม่เจอเหลี่ยมของมุมผนังตึก เพราะจะเป็นลักษณะของห้องที่พลังงานจะสามารถส่งเข้ามาถึงได้ง่ายกว่าห้องที่อยู่ ตรงระหว่างทางเดินผ่าน แบบที่มีประตูของห้องอื่นๆ อยู่ตรงกันข้าม แต่จะให้ดีที่สุด ก็ควรเลือกห้องที่อยู่ติดสวน หรือ ห้องที่อยู่ใกล้สระว่ายน้ำ เพราะพลังงานที่ดีจะสามารถเข้ามาได้เต็มที่ ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความร่ำรวย และยังมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

อีกทั้งเรื่อง ผังของห้องที่เลือก ไม่ควรมีลักษณะเว้าแหว่ง หรือ มีมุมแหลม แบบเป็นซอกแคบๆ ส่วนฝ้าบนเพดาน ควรสูงอย่างน้อยประมาณ 2.60 – 3.50 เมตร เพราะว่าฝ้าที่โล่งจะทำให้ปริมาณอากาศที่สะสมภายในตัวห้องมากเกินไป การไหลเวียนของพลังงานดี จะส่งผลให้คนที่พักอาศัยมีสุขภาพแข็งแรงไปด้วย การทำงานจะมีประสิทธิภาพ และเกิดความก้าวหน้าในงานที่ทำมากขึ้นไป

ส่วนใน ห้องนอน จะต้องพิจารณาในเรื่อง ประตูห้องนอน เป็นสำคัญ โดยเมื่อเปิดประตูออกมา ไม่ควรที่จะเจอมุมแหลม หรือ มีของวางขวางอยู่ที่หน้าประตู ส่วน ตรงหัวเตียง ไม่ควรวางหันไปอยู่ในผนังเดียวกับประตู ควรใช้ผนังที่ตั้งฉากกับประตูเป็นด้านวางตรงหัวเตียง รวมทั้งตำแหน่ง “ไฟ” ห้ามส่องไปโดนตัวคนเวลานั่ง และเวลานอน นอกจากนี้ยังห้ามติดแอร์อยู่ข้างบนศีรษะ เพราะว่าจะส่งผลไปรบกวนการทำงานของสมองของผู้ที่พักผ่อน

อีกทั้ง จะทำให้นอนหลับไม่สนิทอีกด้วย ร่างกายก็ไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยบ่อยๆ สำหรับ ระเบียงห้อง ควรมีขนาดกว้าง และเมื่อมองออกไปจากทางระเบียงแล้วต้องไม่มีตึกอื่น หรือ สิ่งใดมาบดบังสายตาของผู้พักอาศัย เพราะว่าระเบียงนั้นเปรียบเหมือนกับช่องรับผ่านพลังงานให้เข้ามาสะสมในห้อง

เชื่อว่า น่าจะมีอยู่หนึ่งสิ่ง ที่หลายๆ คนติดใจในเรื่องของการเลือกคอนโดฯ กับ เรื่องตัวเลข ว่าควรที่จะเลือกชั้นใด ห้องที่เท่าไร ถึงจะถูกโฉลก และส่งเสริมดวงชะตาชีวิตให้กับตัวเอง “อาจารย์มาศ” อธิบายถึงในกรณีนี้ว่า คนที่สนใจศาสตร์ฮวงจุ้ย มักจะเลือกชั้นของคอนโดฯ จากตัวเลขยอดฮิต เช่น ชั้น 9, ชั้น 8 หรือ ชั้น 27 ซึ่งก็ถือว่าเป็นเลขมงคล และในทางตรงข้ามก็จะพยายามหลีกเลี่ยงตัวเลขที่ส่งผลร้ายๆ เช่น ชั้น 13 หรือ ชั้น 6 แต่ที่จริงแล้ว ในการเลือกตัวเลขเหล่านั้น เป็นเพียงความเชื่อของคนสมัยโบราณที่จดจำ สืบต่อกันมาเท่านั้น ไม่ใช่หลักของฮวงจุ้ยแท้จริง

และการเลือกว่า ควรจะอยู่คอนโดฯ ชั้นใดดี นั้น ในหลักการศาสตร์ของฮวงจุ้ยขึ้นอยู่กับว่า คนๆ นั้นอยู่ในธาตุอะไร เช่น ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุดิน เป็นต้น เพื่อให้เกิดการส่งเสริมต่อรหัสธาตุพลังในตัว แต่ถ้าเกิดว่าห้องที่เราเลือกมาเกิดไม่ตรงกับธาตุของตัวผู้พักอาศัย ก็ยังสามารถใช้วิธีการจัดตามหลักฮวงจุ้ยภายในแก้ไขได้ ซึ่งในกรณีนี้ หากคุณได้รับคำแนะนำจากซินแสด้านฮวงจุ้ยแบบมืออาชีพจึงจะดีที่สุดครับ


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS